bookmark_borderภาษาสื่อสาร มากกว่าความเข้าใจที่ทำให้ธุรกิจเติบโต

หนึ่งในวิธีที่ทำให้ธุรกิจกลายเป็นความรู้จักของคนในวงกว้างคือ โฆษณา ซึ่งยุคนี้การโฆษณาไม่ใช่แค่การทำป้าย, ทีวี หรือลงตามหนังสือ ลงนิตยสารอีกต่อไป จะมีการนำเสนอโฆษณาผ่านโลกออนไลน์เพื่อให้กลุ่มคนเกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง “ภาษา” ที่ใช้จึงต้องรู้จักความเหมาะสม และประเภทของภาษาที่อยากนำเสนอพร้อมทั้งการันตีว่าประสบความสำเร็จในการโฆษณาแน่ ๆ ก็คือ ภาษาสื่อสาร

ภาษาสื่อสารคืออะไร

ภาษาสื่อสารก็คือภาษาทั่ว ๆ ไปที่คุณใช้พูด ใช้สื่อสารกันในชีวิตประจำวัน เป็นภาษาธรรมดาที่เรียบง่ายฟังหรืออ่านแล้วเข้าใจความหมายทันที เป็นคำที่ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความจดจำ ยิ่งใครรู้กลุ่มเป้าหมายตัวเองชัดเจนก็พยายามใส่ภาษาสื่อสารเฉพาะของคนกลุ่มนั้นเข้าไปจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า บริการได้เยอะกว่าเดิม

เลือกใช้ภาษาสื่อสารดีกว่าภาษาอื่นอย่างไร

ต้องอธิบายก่อนว่าภาษาอื่นในที่นี่คือ ภาษาทางการ จริง ๆ มันก็คือภาษาสุภาพที่ใช้งานกันเป็นประจำ แต่มักใช้กับเรื่องที่มีความจริงจังมากกว่า ทว่าการโฆษณาจะเน้นให้เกิดความน่าสนใจ ทำให้เกิดความรู้สึกบาดลึกกินใจ ดังนั้นการเลือกใช้ภาษาทางการบ่อยครั้งจะเห็นว่ากลายเป็นเรื่องน่าเบื่อของการโฆษณาไปเลย ใครเห็นก็ไม่ค่อยอยากเข้ามาอ่านเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับภาษาสื่อสารที่ชาวบ้านทั่วไปเขาใช้งานกันมันทำให้รู้สึกเข้าถึงง่ายกว่านั่นเอง

เรื่องภาษาไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ในการทำโฆษณา แต่นี่คือสิ่งที่พร้อมบ่งบอกได้เลยว่าธุรกิจของคุณจะประสบความสำเร็จไปข้างหน้ามากน้อยแค่ไหน ลองนำไปปรับใช้กันดู

 

bookmark_borderInfluencer แนวทางทำการตลาดยุคใหม่ที่น่าสนใจ

โลกออนไลน์กลายเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก เรียกว่าเป็นสื่อหลักของยุคนี้คงไม่ใช่เรื่องผิดนัก จึงมักสังเกตได้อย่างหนึ่งว่าคนที่มีอิทธิพลกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดจึงไม่ใช่พนักงานขายอีกต่อไปแต่เป็น Influencer หรือ ผู้มีชื่อเสียง ที่จะช่วยดึงลูกค้า ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

 

influencer

เลือกใช้ Influencer วิธีทำการตลาด 5.0

อย่างที่เห็นว่าทุกวันนี้บรรดา Influencer ทั้งหลายที่ทำสื่อลงช่องทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube หรืออะไรก็ตามมักได้รับความสนใจมากกว่าการทำตลาดช่องทางอื่น ๆ ด้วยพื้นฐานสำคัญของคนเราชื่นชอบรับชมมากกว่าการอ่านหรือการเสนอขายตรง ๆ อยู่แล้ว บรรดาแบรนด์ต่าง ๆ จึงพยายามดึงเอาบุคคลเหล่านี้เข้ามาช่วยให้ผู้คนรู้จักสินค้าหรือบริการมากขึ้น อาทิ ให้พาไปพบกับบริการของตนเอง, ให้ทดลองใช้สินค้า เป็นต้น

อีกความพิเศษอย่างหนึ่งที่ได้ชื่อว่า Influencer คือคนทำให้การขายหรือการโฆษณาดูแปลกใหม่กว่าเดิมแต่ผู้ชมยินดีรับชม คือ พวกเขามักจะบอกกันตรง ๆ ไปเลยว่าสินค้านี้เขาเลือกใช้ มีคนจ้างเขามา หรือให้ช่วยสนับสนุนสินค้าบริการจะได้มีเงินไปทำคลิปอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งเมื่อเทียบกับยุคก่อนแค่การ tie in โดยการนำสินค้ามาวางเอาไว้ด้านหน้าของรายการทีวีผู้ชมกลับรู้สึกไม่ชอบที่มีโฆษณาแฝงด้วยซ้ำ

นั่นทำให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วการทำการตลาดยุคนี้ผู้บริโภคไม่ต้องการความหลอกลวงอีกต่อไป อะไรที่บอกให้ไปซื้อไปลองใช้พวกเขาจะยินดีทำตาม ส่วนจะดีหรือไม่คงอยู่ที่ลูกค้าตัดสินใจเพราะ Influencer คือผู้ที่ช่วยนำเสนอเท่านั้น